เทียบชัด ๆ!ความต่างระหว่าง Free Fire Vs PUBG Mobile ในโหมด Battle Royale

ถ้าพูดถึงเกม FPS บนมือถือ ตอนนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเกม Garena Free Fire และ PUBG Mobile อย่างแน่นอน เพราะทั้งสองเกมนั้นได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลามทั่วโลก แถมยังมีบทบาทในฐานะเกมอีสปอร์ตอีกด้วย แม้ว่าเกมทั้งสองจะเป็นเกมแนวเดียวกันได้รับความนิยมเหมือนกัน ในฐานะเกมแนว Battle Royale ที่โด่งดัง แต่อรรถรสในการเล่นก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะหมด วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบความต่างให้เห็นกันชัด ๆ ว่า ในโหมด Battle Royale ของทั้งสองเกมนั้น มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง เผื่อใครสนใจอยากลองผลัดไปเล่นเพื่ออรรถรสใหม่ ๆ ตามความชอบของตัวเองกันครับ!

.

1. จำนวนผู้เล่น

สิ่งแรกที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในการเล่นโหมด BR ระหว่าง PUBG Mobile และ Free Fire ก็คือ จำนวนคนเล่นในแต่ละแมตช์ โดยฝ่าย PUBG Mobile นั้นจะบรรจุคนได้ถึง 100 คน ต่อแผนที่ ในขณะที่ Free Fire จะซัพพอร์ตผู้เล่นเพียง 50 คน เท่านั้น

.

 2. สไตล์เกม

PUBG Mobile จะให้รูปแบบการเล่นแบบสมจริง พร้อมกับภาพกราฟิกแบบเรียล ๆ ที่ทำให้อินกับอารมณ์การเอาชีวิตรอดในสนาม Battle Royale ในขณะที่ Free Fire จะมีสไตล์ภาพที่ออกการ์ตูนกว่านิด ๆ ทำให้เวลาเล่นแล้วได้อารมณ์สไตล์อาร์เคดขึ้นมามากกว่านั่นเอง

.

3. ฟีเจอร์ที่ซัพพอร์ต

เนื่องจากว่า PUBG Mobile จะมีความสมจริงแบบไปสุดมากกว่า จะมาแนวฟิกชัน แฟนซีก็คงไม่เหมาะ จึงทำให้ฟีเจอร์ที่รองรับในเกมมีความสมจริงตามไปด้วย ในขณะที่ฝั่ง Free Fire นั้น ไหน ๆ ก็มาการ์ตูนแล้วก็ไปให้สุด ในเกมจึงมีทั้งไอเทมซัพพอร์ตหลากหลายที่ดูแฟนซี ไม่ว่าจะเป็นกลูวอลล์, กระดานเซิร์ฟ รวมถึงตัวละคร และระบบสัตว์เลี้ยงด้วย

.

4. ความสามารถของตัวละคร

ใน PUBG Mobile จะไม่มีตัวละครอะไรพิเศษ เกมจึงค่อนข้างมีความสมดุล เท่าเทียม ในขณะที่ Free Fire มีตัวละครที่เล่นได้หลากหลาย แถมยังมีสกิลที่ต่างกันไป รวมถึงมีสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มคุณลักษณะพิเศษให้ได้ จึงทำให้สามารถเล่นได้หลากหลายรูปแบบมากกว่า

.

5. ระยะเวลาในแมตช์

เกม PUBG Mobile จะค่อนข้างอำนวยในเรื่องของแผนที่ที่ใหญ่กว่า และรองรับผู้เล่นได้เยอะกว่า ดังนั้นแน่นอนว่าระยะเวลาในการเล่น ก็ย่อมยาวนานกว่า Free Fire อยู่แล้ว โดยปกติแล้วแมตช์ส่วนใหญ่จะกินเวลาประมาณ 30 นาที  ในขณะที่อีกเกมจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 นาที ดังนั้นความเข้มข้นในด้านเวลาก็จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง

และนี่คือ 5 ข้อ ที่แตกต่างกันในโหมด Battle Royale ของเกม Free Fire และ เกม PUBG Mobile ถึงแม้จะเป็นเกมแนวเดียวกัน ก็ยังมีอรรถรสที่แตกต่างกัน ใครชื่นชอบแบบไหนก็เลือกเล่นตามที่สนใจ หรือว่า่อาจจะโหลดเอาไว้ทั้งสองเกม เพื่อผลัดเล่นตามอารมณ์ก็ไม่เสียหายนะ

แชร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *